subscribe: Posts | Comments

เหตุสมควรโกรธ… ไม่มีในโลก

3 comments
   Share
GD Star Rating
loading...

ขอขอบคุณที่มาของบทความจาก

เหตุสมควรโกรธ… ไม่มีในโลก
พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
วัดสุนันทวนาราม
บ้านท่าเตียน ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

ชีวิตคือทุกข์… ไม่มากก็น้อย
ชีวิตคนเราดูแล้วหลากหลายแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

  • ชีวิตของ เด็กเล็ก ๆ อายุ 3-4 ขวบ    กับ ชีวิตของ คนเต่าคนแก่ อายุ 100 ปี
  • ชีวิตของ คนยากจน ขอทานข้างถนน กับ ชีวิตของ มหาเศรษฐี
  • ชีวิตของ คนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้   กับ ชีวิตของ คนจบปริญญาเอก
  • ชีวิตของ นักโทษประหาร     กับ ชีวิตของ ผู้ได้รับเกียรติเป็นบุคคลตัวอย่าง
  • ชีวิตของ นักเลงพนัน   กับ ชีวิตของ ผู้ดีในสังคม

แต่ดูลึก ๆ แล้ว ชีวิตเราก็พอ ๆ กัน
ในความรู้สึก สุข ทุกข์ ดีใจ พอใจ สุขใจ
โกรธ น้อยใจ เสียใจ กลัว ฯลฯ

ทุกข์ ร้อน ทุกข์หนาว ทุกข์แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวก็มี

แต่คนเราเกลียดทุกข์ กลัวทุกข์ พยายามหนีจากทุกข์ แสวงหาความสุขทั้งนั้น ตามสติปัญญาและความสามารถของแต่ละบุคคล หัวใจของมนุษย์ต่างก็เรียกร้อง “ความสุข ๆ ๆ” กันทุกคน แต่ที่เราหนีไม่พ้นจากทุกข์ เพราะพวกเราอยู่ในท่ามกลางไฟกันทั้งนั้น

ตามที่

พระพุทธเจ้าตรัสไว้

  • ไฟ      คือ      โทสะ
  • ไฟ      คือ      โลภะ
  • ไฟ      คือ      โมหะ

เมื่อเราสามารถดับไฟได้ เมื่อนั้นก็เย็นสงบสุข ไฟโทสะร้ายกาจเป็นข้าศึกต่อความสุข ถอนโทสะเพียงสิ่งเดียวออกจากจิตใจ
ก็จะไม่ต้องต่อสู้กับคนรอบตัว โลกทั้งหมดจะสงบเย็น
มีแต่คนน่ารัก มีแต่คนน่าสงสาร ควรแก่การเมตตากรุณา

“ไฟเสมอด้วยความโกรธนั้นไม่มี
” – พระพุทธเจ้าเปรียบความโกรธว่าเหมือนไฟ
เช่นไฟไหม้ป่า เผาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
ความโกรธ มีพลัง มีอำนาจทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง
ยิ่งกว่าไฟไหม้ป่าเสียอีก มีแต่โทษ ไม่มีคุณแม้แต่นิดเดียว

สำหรับใครที่ต้องการอ่าน บทความต้นฉบับ สามารถคลิก Download ได้ที่นี่เลยครับ ผมทำเป็นไฟล์ไว้ให้เก็บไว้เรียบร้อยแล้ว

เหตุสมควรโกรธ…ไม่มีในโลก

*******************************

ผมจะนำมาขยายความให้มากขึ้นตามรูปแบบของผม ให้อ่านกันต่อนะครับ

คงจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า

  • คนเราเกิดมาก็ต้องตายกันทุกคน ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า
  • ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ นอกจาก กรรมดี-กรรมชั่ว
  • ต่อมาก็ต้องไปชดใช้ ไม่ว่าจะนรก-สวรรค์
  • แล้วก็ต้องมาเกิด แก่ เจ็บ ตาย กันอีก

หลาย ๆ คนที่เชื่ออยู่แล้วว่านี้เป็นเรื่องจริงเป็นของจริง การที่เราทุก ๆ คนเกิดขึ้นมาแล้ว หลายแสน หลายล้านชาติ นั้น แน่นอนว่าเราคงมีเรื่องเสียใจ เศร้าใจ ไม่พอใจ โกรธ โมโห มากันชนิดที่ว่า นับไม่ถ้วนแน่นอน

มาในชาตินี้ ท่านก็ต้องมีเรื่อง เสียใจ เศร้าใจ ไม่พอใจ โกรธ โมโห เช่นกัน แล้วเมื่อหลาย ๆ ท่าน เสียใจ เศร้าใจ ไม่พอใจ โกรธ โมโห ต่อมาเป็นอย่างไรครับ ก็หายเสียใจ หายเศร้า หายโกรธ หายโมโห ใช่ไหมครับ

เพราะท่านเสพอารมณ์มันไปเต็มที่แล้ว สุดท้ายแล้วทุก ๆ ก็ต้อง ละวางความโกรธ นั้น ๆ ลงไปอยู่ดี ต่อให้เราระบุว่า “เราจักโกรธคน ๆ นั้น คน ๆ นี้ ไปจนตาย ต่อให้มันตายแล้ว เราก็หาอโหสิกรรมไม่ ” สุดท้ายแล้วท่านก็จักไม่ได้คิดถึงความโกรธนั้น ๆ ตลอด 24 ชั่วโมงอยู่ดี เพียงแค่บางช่วงเวลา ท่านไม่ได้นึกถึงคน ๆ นั้น แค่นั้นเอง ชาติหน้าเราก็จำไม่ได้แล้วว่า โกรธใครมาบ้าง

ดังที่พระพุทธเจ้า ทรงตรัสไว้ “ความโกรธมีแต่โทษ ไม่มีคุณแม้แต่นิดเดียว”
แล้วเราจะโกรธกันทำไม เพื่ออะไร แค่เพียงเพื่อความพอใจ ที่จะให้คน ๆ หนึ่งทำตามแล้วเราต้องการ หรือเป็นไปตามที่เราคิดแค่นั้นหรือ

ถามว่า ความแน่นอน หรือไม่แน่นอน ทั้งหลายสุดท้าย ก็ต้องตาย หรือแตกสลายทั้งสิ้น

ดังคำว่า อนิจจัง (บาลี: อนิจฺจํ) แปลว่า ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง ไม่แน่นอน หรือ ตั้งอยู่ในสภาวะเดิมได้ยาก

ฉะนั้นแล้ว สรุปได้เลยครับว่า ผู้ที่ยังคงโกรธ โหโม โศกเศร้า ขอให้ตระหนักถืง ความเป็น อนิจจัง

แล้วที่สำคัญ ทุกข์ นั้นจะเกิดกับเราคนเดียว บางครั้ง อีกฝ่ายมิได้รู้สึก ทุกข์ร้อน หรือเดือนเนื้อร้อนใจเลยแม้แต่นิดเดียว เอาง่าย ๆ ก็มีแต่เสียกับเสียครับผม

ฝากไว้อีกครั้ง ก่อนที่จะจบบทความนี้นะครับ

” ข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ ฆ่ากันเอ่ย ทำร้ายกันเอ่ย ” ส่วนใหญ่แล้วมี ความโกรธเป็นเหตุทั้งสิ้น

สาธุครับ

( ร่วมอนุโมทนา กันได้ที่ช่องข้้อความข้างล่างนี้นะครับ )

เหตุสมควรโกรธ… ไม่มีในโลก, 5.0 out of 5 based on 2 ratings

ไม่มีเนื้อหาใกล้เคียง

  1. อนุโมทนา ด้วยคนครับ :happy2:

    อ่านจบแล้วใช่ไหมคุณพี่ :know:

  2. สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ
    “การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทานทั้งปวง”
    อนุโมทนาสาธุครับ :happy2:

แสดงความคิดเห็น